แนวทางการซื้อแพ็กเกจ “รายปี” เพื่อใช้งานในบริษัท (Android / iOS)

Receipt/ใบเสร็จจะออกโดย Apple หรือ Google ตามแพลตฟอร์มที่ซื้อ และจะอ้างอิงข้อมูลจากบัญชีผู้ซื้อในแต่ละ Store

iOS (Apple App Store) รายปี

1) ซื้อผ่านบัญชีองค์กรที่มีบัตรเครดิตได้หรือไม่

ได้ (แนะนำมาก) โดยใช้ Apple ID ของบริษัท เช่น finance@company.com หรือ apps@company.com

2) ขั้นตอนก่อนซื้อ

  1. ไปที่ Settings → Apple ID → Payment & Shipping
  2. ผูก บัตรเครดิตบริษัท
  3. ตั้งค่า Billing Address เป็น ที่อยู่บริษัท
  4. ตรวจสอบอีเมลของ Apple ID ให้ฝ่ายบัญชีเข้าถึงได้ (Receipt จะส่งเข้าทางอีเมล)

3) ขั้นตอนซื้อรายปี

  1. เข้าแอป → เลือกแพ็กเกจ รายปี → ชำระเงินผ่าน Apple
  2. หลังชำระเงิน Apple จะส่ง Receipt เข้าทางอีเมลอัตโนมัติ

4) ดึง Receipt/ประวัติการซื้อจาก Apple

  • ไปที่ Settings → Apple ID → Media & Purchases → View Account → Purchase History
  • หรือค้นหา อีเมล Receipt จาก Apple หลังทำรายการ
หมายเหตุสำคัญ (Apple)
  • ในหน้า Payment & Shipping ช่องชื่อมักแสดงเป็น First name / Last name (ไม่มีช่อง “Company name” แยกชัดเจน)
  • หากต้องการให้ข้อมูลบน Receipt ใกล้เคียงบริษัทที่สุด: ใช้ Apple ID ของบริษัท + ตั้ง Billing Address เป็นที่อยู่บริษัท และกรอกชื่อใน First/Last name ตามแนวทางที่ฝ่ายบัญชีกำหนด
  • เอกสารจาก App Store เป็น Receipt จาก Apple และรูปแบบ/ฟิลด์ข้อมูล ปรับได้จำกัด

5) หากไม่มีบัญชีองค์กร / ต้องใช้บัญชีส่วนบุคคล

  • ยังซื้อได้ แต่ Receipt จะผูกกับ Apple ID ของผู้ซื้อ
  • แนะนำให้ตั้งค่า Billing Address เป็นที่อยู่บริษัท และใช้ บัตรบริษัท (ถ้ามี) ก่อนทำรายการ
  • หลังซื้อ ส่งต่อ Receipt ให้ฝ่ายบัญชี

Android (Google Play Store) รายปี

1) ซื้อผ่านบัญชีองค์กรที่มีบัตรเครดิตได้หรือไม่

ได้ (แนะนำมาก) โดยใช้ Google Account ของบริษัท และตั้งค่า Google Payments Profile เป็นข้อมูลบริษัท

2) ขั้นตอนก่อนซื้อ

  1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีบริษัทที่ payments.google.com
  2. ตั้งค่า Payments profile ให้เป็นข้อมูลบริษัท (ชื่อธุรกิจ/ที่อยู่ และข้อมูลภาษีถ้าระบบรองรับ)
  3. ผูก บัตรเครดิตบริษัท

3) ขั้นตอนซื้อรายปี

  1. เข้าแอปบน Android → เลือกแพ็กเกจ รายปี → ชำระผ่าน Google Play
  2. หลังซื้อ สามารถดาวน์โหลด Receipt/Invoice ได้ (ตามรูปแบบเอกสารที่บัญชีรองรับ)

4) ดึงเอกสารจาก Google

  • Google Play → Payments & subscriptions → Purchase history
  • หรือ payments.google.com → Activity → เลือกรายการ → ดาวน์โหลดเอกสาร (ถ้ามี)
ทิป

หากองค์กรมีทั้ง iOS และ Android แนะนำให้ “แยกการซื้อ” ตามแพลตฟอร์ม เพื่อให้เอกสารถูกต้องและลดงานแก้ไขภายหลัง

คำแนะนำสำหรับองค์กรที่มีทั้ง iOS และ Android

  • เพื่อความถูกต้องของเอกสาร แนะนำให้ แยกการซื้อ ตามแพลตฟอร์ม (iOS ซื้อผ่าน Apple / Android ซื้อผ่าน Google)
  • Receipt จะออกโดยเจ้าของแพลตฟอร์ม และผูกกับ บัญชีผู้ซื้อ ในแต่ละ Store
  • ควรใช้ บัญชีบริษัท ที่ฝ่ายบัญชีเข้าถึงได้ เพื่อเก็บ Receipt และตรวจสอบการต่ออายุรายปี

Scroll to Top